ข้าพเจ้าได้พบหนังสือแผ่นนี้ ด้วยความบังเอิญ พอได้อ่านดูแล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้พิมพ์แจกเป็นกุศลทาน ซึ่งในใจความหนังสือมีอยู่ว่า วันหนึ่งในโบสถ์ของวัดศิริประสุประตินาถได้มีหลวงพ่อรูปหนึ่ง ได้นั่งสวดมนต์อยู่ในโบสถ์ของวัด ในเวลานั้นมีงูตัวหนึ่งได้เลื่อยออกมาจากหน้าพระพุทธรูปในโบสถ์ ส่วนหลวงพ่อเมื่อได้เห็นงูตัวนั้นก็เกอาการกลัว หลังจากนั้นงูก็กลายเป็นมนุษย์ในรูปของ พรามหณ์ แล้วพูดกับหลวงพ่อว่า ท่านไม่ต้องกลัวและตกใจและจงฟังข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคือพระยานาคราช และได้จุตินะวัดแห่งนี้เพื่อบำบัดปัดเป่าความชั่วร้ายและคนบาป คนที่ทำกรรมไว้มากมายจะให้พินาศหายไปจากโลกนี้และท่านจงประกาศให้คนได้รู้ออกไปว่า ผู้ใดนำเรื่องของข้าพเจ้า ไปพิมพ์แจก ๑๐๐๐ ใบ ภายใน ๑๕ – ๓๐ วัน มันผู้นั้นจะมีโชคมีความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งใดจะได้สมหวัง แลผู้ใดได้อ่านรู้ได้อ่านแล้ว ก็อย่าได้คิดระแวงสงสัยเลยว่าเป็นการหลอกหลวงเลย หากแม้ว่าผู้ใดคิดพิมพ์แจกจ่ายต่อไป ต้องพิมพ์แจกภายใน ๑๕ – ๓๐ วันอย่าคิดพิมพ์ผัดวันประกันพรุ่ง และหากอ่านแล้วฉีกทิ้ง แล้วละก็ ท่านผู้นั้นจะมีเรื่องและภัยพิบัติเกิดขึ้นต่อผู้นั้น อ่านแล้วอย่าทิ้ง ให้พิมพ์แจกหรือปจกต่อ ๆ ไป ( หรือเก็บไว้สวดมนต์เพื่อเป็น ศิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว ) จากนั้นหลวงพ่อรูปนั้นได้พิมพ์แจก ๑๐๐๐ ใบ หลังจากนั้น ๓ – ๔ วันท่านก็ได้สำเร็จวิชาต่างๆ และคุณโกบินตะ แห่งปราสาทคุปตาได้พิมพ์แจก ๑๐๐๐ ใบ เขาได้เงินที่คนหยิบยืมไปคืนมา อีกรายหนึ่งพิมพ์แจก ๕๐๐ ใบ รายนี้เป็นชาวนาวันหนึ่งเขากำลังไถนาเขาก็ได้พบไหใบหนึ่งที่ข้างใน มีเงินทองเต็มไปหมด ส่วนอีกรายเขาพิมพ์แจก ๑๐๐ ใบเขาถูก ล๊อตเตอรรี่ ๑ ล้านบาท อีกรายหนึ่งเขาเป็นคนถีบสามล้อเขาพิมพ์แจก ๖๕๐ ใบ เขาเจอแจกันทอง อีกรายหนึ่งเขาเป็นคนตกงาน ไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีคนรับเมื่อเขาพิมพ์แจกภายใน ๓ – ๔ วัน เขาก็หางานได้เป็นงานที่ดี และอีกรายหนึ่งอ่านแล้งไม่เชื่อฉีกทิ้ง หลังจากนั้น ประมาณ ๑ – ๒ วัน ลูกชายเขาก็ตาย อีกรายหนึ่งคิดว่าจะพิมพ์แจกแต่ผัดวันประกันพรุ่งจนเลยกำหนด เขาเป็นพ่อค้าทำการค้าขาย ก็ขาดทุน และพ่อค้าเขาก็มาตายจากไป เหตุการณ์เกิดขึ้นในโบสถ์วัดศิริประสุประตินาถนี้ ต้องคิดด้วยความสัตว์ จริงใจ และศรัทธา เมื่ออ่านแล้วควรพิมพ์แจก อ่านแล้งอย่าฉีกทิ้ง ให้บอกต่อๆกันเผยแผ่ออกไป ด้วยความศรัทธา และความเชื่อถือ ก็จะเป็นผลดีแก่ตนเอง
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554
คาถาบูชาพ่อ ร.๕
คาถาบุชาพ่อ ร. ๕
( ธูป ๙ ดอก ตั้ง นะโม ๓ จบ )
พระสยามินทะโร วะโร อัตตัง พุทธะสังมิ อิติ อรหัง
วะรังพุทโธ นะโมพุทธายะ ปิโย เทวะมะนุสนัง
ปิโย พรหมานะมุตตะโม ปินินทริยังนะมามิหัง
คำทำนายของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )
คำทำนายของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี )
รัชกาลที่ ๑ ทายว่า มากาฬ ( ทำลายเพื่อน พี่น้อง )
รัชกาลที่ ๒ ทายว่า ฌานยักษ์ ( ชำนาญเวทมนตร์ )
รัชกาลที่ ๓ ทายว่า รักมิตร ( มีการค้าขายกับต่างชาติมากมาย )
รัชกาลที่ ๔ ทายว่า สนิทคำ ( ออกบวช )
รัชกาลที่ ๕ ทายว่า จำแขนขาด ( คอต้องยอมเสียดินแดนฝั่งซ้าย แม่น้ำโขงและเขมร เพื่อป้องกัน อธิปไตย )
รัชกาลที่ ๖ ทายว่า ราชโจร ( เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ เกิดกลุ่มโจรมากมาย เกิดตั้งกองเสือป่า ครั้งแรกของไทย )
รัชกาลที่ ๗ ทายว่า ชนร้อนทุกข์ ( เกิดการเดินขบวนเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย )
รัชกาลที่ ๘ ทายว่า ยุคทมิฬ ( พระเจ้าแผ่นดินถูกลอบปลงพระชนม์ )
รัชกาลที่ ๙ ทายว่า ถิ่นกาขาว ( มีฝรั่งเข้ามานำเงินเข้ามาซื้อประเทศไทยเกิดการวิกฤตการเงิน )
รัชกาลที่ ๑๐ ทายว่า ชาวศีวิไลย์ จะเหลือเฉพาะผู้มีบุญ เท่านั้นที่รอยคอยเป็นยุคของพระศรีอริยเมตไตรย )
คำทำนายของ พระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าทรงทำนายไว้
ออกจากศิลาจาลึกในมหาวิหารเจคมาหเชตะวัน ณ สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย โดยคณะทูตไทยที่ไปอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ตามคำแปลเป็นภาษาไทย ว่าดังนี้
สาธุ อะระหันตา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระเมตตา - กรุณา สพรรสัตว์ทั่วโลกที่เกิดมาแล้วแต่ลำบากทั่วหน้าทุกชาติ ทุกศาสนาตามธรรมชาติ เมื่ออาตมาเข้านิพพานไปแล้วครบห้าพันปีเป็นที่สุด โลกจะหมุนไปใกล้จะถึงจำนวนที่ตถาคตทำนาย ไว้ ๒๐๐๐ ปี มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติเสียครั้งหนึ่ง ในระยะ ๓๐ ปี สิ่งที่สาธุชนไม่เคยพบก็จะได้พบ ที่ไม่เคยเจอก็จะได้เจอ ยักษ์หินที่ถูกสาปให้หลับก็ตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งนัก ใกล้กลับ พ.ศ. ๒๕๕๐ ยิ่งทวีกันใหญ่ขึ้นทุกทิวาราตรี มนุษย์นอกศาสนาจะรบราฆ่าฟันกัน จนถึงเลือดนองเต็มพื้นดิน พื้นน้ำจะลุกลามเผ่ามนุษย์ไม่ขาดระยะ ต่างฝ่ายต่างทำลาย เหมือนยักษ์กระหายเลือดแผ่นดินจะเป็นเปลวไฟจะตายไปอย่างละครึ่งจึงจะเลิกล้ม ต่างฝ่ายต่างหมดกำลังด้วยกันตามวิสัยของยักษ์นอกศาสนา ซึ่งถือกำเนิดจากป่า อำมหิต ส่วนพุทธศาสนิกชนผู้ทำแต่บุญเดินตามแนวทางของพระตถาคตสามารถระงับร้อน จะไม่ได้รับภัยร้ายอย่างรุนแรง บ้านใดได้บุชาพระโพธิสัตว์ ผ้ากาสาวพัตร์ก็จะได้รับภัยนั้นแต่บางเบา หรือหนีภัยธรรมชาติไม่พ้น ไฟจะลุกลามมาทางตะวันออก ไหม้วัดวาอารามสมณชีพราหมณ์ จะอดอยากยากเข็ญ ลูกไฟจะตกจากฟ้า เหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ สงครามจะเกิดทั่วทิศ พระยานาคจะพ้นพิษเป็นเพลิง ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวสารจะขาดแคลนทุกแคล้วจะอดอยาก พลูหมากจะหมดเปลือก สีเหลืองจะชนะ พระยังอยู่คู่เมืองอีกต่อไปสีขาวจะแพ้ภัยในที่สุดครุฑจะบินกลับฐาน คนจะกลับมาบำรุงพระพุทธเจ้าว่าดังนี้
ชา ตะ มะ สะ ละ วา พระพุทธชินลิตนี้ท่านให้เขียนใส่กระดาษหรือผ้าขาวติดไว้หน้าบ้าน หรือหัวนอน ดังนี้ จะมีอายุยืนยาวจะทันผู้มีบุญชื่อพระยาธรรมิกราชา เมื่อแรกสถิตอยู่เขตอยุธยา บัดนี้ ท่านเสด็จอยู่ลานช้าง ( ภาคอีสานในปัจจุบัน ) พระธรรมิกราชาเข้ามา ปีกุนเดือน ๑๑ เป็นเที่ยงแท้หนักหนา ท่านเสด็จมาในปีระกา แรม ๕ ค่ำ พระมหากษัตริย์มาทิศตะวันตก สมณะชีพราหมณ์ตามมาพอประมาณ ได้ ๗๖,๔๐๐ รูป ทั่วอาณาจักร สมเด็จพระบรมนักปราชญ์ได้ประกาศ คาถาว่า ดังนี้
นะสัจจังทะ คะยังมะลำคำปัง คอยดูในปีมะโรง คนจะเดินโก่งโค้งคลาน ผู้ใดอยากพบผู้มีบุญ ชื่อ พระยาธรรมิกราชา ให้ภาวนาให้หมั่นรักษาศีล สดับรับฟังพระธรรมเทศนา คอยดูปีมะเส็ง ตลิ่งจะพัง มหาสมุทรจะชอกช้ำ อย่าเที่ยวไปกลางแจ้ง ท่านเข้ามาปีกุนเดือน ๘ เป็นเที่ยงแท้ ผู้ใดไม่เชื่อจะได้รับอันตราย คอยดูปีจอ คนจึงจะพ้นภัย
สะโรนะกา โหทายะโม พุทธตะยะ ภาวนาทุก เช้า - -ค่ำ ผู้นั้นอายุยืนยาว จะได้เหตุพระธรรมิกราชา ( พระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรย) ในปีกุน ท่านจะเข้ามาอีกถ้าไม่เห็นหนังสือบ้านใดบ้าน บ้านนั้นจะได้รับอันตราย รู้แล้วให้บอกต่อกัน
คำทำนายจาก หนังสืออินตก
ค้นพบ หนังสืออินตก – เทพทำนายโดยย่อ
หนังสือในใบลานสี ได้ถูกตกทอดนัดแห่งหนึ่ง ในประเทศลาวข้าพเจ้าได้รับรู้จากพระอาจารย์ทรงศีลองค์หนึ่งเป็นผู้เผยแผ่ถ่ายทอดให้มาจึงเกิดความศรัทธาอย่างสูง ได้เสียสละทรัพย์จัดพิมพ์ มาแจกจ่ายยังพี่น้องชาวพุทธทั้งหลายเพื่อเป็นกุศล และเพื่อให้ทุกท่านได้ใช้พิจารณญาณด้วยตัวเอง ถึงเหตุการณ์ มหันตภัยโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งจะบังเกิดขึ้นตามพุทธทำนายไว้ดังนี้
โลชังชม โทโพโส อินโตกรุณา
พระอินทร์ พระพรหม และพระยายมราชเจ้า ได้สั่งว่า ถ้าบุคคลใดได้รับรู้แล้วก็จงรีบบอกต่อ ให้คนอื่นฟัง หรือพิมพ์แจกจ่ายตามกำลังศรัทธา จะเกิดเป็นมหากุศล ช่วยให้ท่านได้หลุดพ้นจาก มหันตภัยพิบัติทั้งปวง กุศลจะบังเกิดแก่ตนถ้าบุคคลจะลงมาเกิดพร้อมทั้งหนังสือใบลาน ฉบับนี้ ถ้าใครมีไว้ในบ้านเรือน ภูตผีปีศาจต่างๆ จะไม่สามารถเข้ามากล้ำกลายให้เดือดร้อนได้อย่างแท้
ในปีจอถึงปีกุน เมื่อเดือนหงายจะมีงูอยู่บนศีรษะฉกกัดให้ถึงตาย และผู้คนทั้งหลายจะเกิดความเดือดร้อนมากมายทั้งประการ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนลบศึกบ่แล้ว
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนน้ำกับไฟ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีไผสิเบิงไผ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนอึดข้าวปลาอาหาร
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนผัวเมียบ่พ้อหน้ากัน
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนคนตายตามทุ่งนา
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีผู้เฒ่า
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนเทียวทางไกลบ่สะดวก
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่หลับ
ในปีจอ เมืองกรุงเทพมหานคร จะแตกพังทลายตอนเวลาไก่ขันพระแก้วมรกต หังเชียงเมี้ยงข้าวเม็ดใหญ่จะกลับสู่เวียงจันทร์ นี่คือพระคาถา ของพระอินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนไว้ในใบลานจงเก็บรักษาไว้ให้ดีเพื่อช่วยหลุดพ้น จากภัยพิบัติได้ยามเกิดเหตุการณ์ มหันตภัย พระคาถาเขียนไว้ว่า
ปะโต เมตัง ปะระชีวะนัง สุคะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นิพพานัง สุคะโต จุติ
พระคาถาบทนี้เขียนลงใบลาน แผ่นทองหรือแผ่นผ้าก็ดี ประตูบ้านหรือในรถ หรือโพกศีรษะ ยามเกิดเหตุการณ์จะช่วยให้หลุดพ้นจาก ภัยอันตราย
ในกาลเวลานี้ เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้รักษาคุ้มครองโลก ได้กราบทูลต่อพระอินทร์ ว่ามนุษย์โลกทำกุศลเพียง ๓ ส่วน และได้ทำบาปกรรมถึง ๗ ส่วน เมือเป็นเช่นนี้องค์อินทร์จึง สั่งลงโทษมนุษย์ผู้ใจบาปถึง ๙ ข้อ นับตั้งแต่ปีจอถึงปีกุนดังนี้
๑ จะไห้เกิดพายุลมแรง แผ่นดินไหว
๒ จะไห้เกิดอัคคีภัย
๓ จะเกิดอุทกภัย
๔ จะเกิดฟ้าผ่า
๕ จะเกิดร้อนเกินไป หนาวเกินไป
๖ จะเกิดสารพิษต่างๆ
๗ จะเกิดกาฬโรคต่างๆ
๘ จะเกิดข้าวยากหมากแพง
๙ จะเกิดอาฆาตพยาบาทเบียดเบียนกันเอง
มหันตภัย ๙ นี้จะหลุดพ้นไปได้เฉพาะผู้มีบุญ คนที่ปฎิบัติตามคำสั่งสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น รู้แล้วจงบอกต่อกันไปให้ รีบทำความดีมากๆ ถ้าเลยปีจอ ปีกุน ไปแล้วทุกคน พร้อมทั้งลูกหลานจะได้รับความสุขกายสบายใจทุกคน ให้ทุกคนเคร่งครัดในศีล ๕
คำเตือน
โลกมนุษย์กำลังจะเข้าสู่กาลียุค จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ลม ไฟ จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่สามตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง
สำหรับประเทศไทย จะเริ่มเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ คาดว่าจะได้รับภัยทางน้ำ แล้วทางไฟ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพมหานครแผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะถล่ม ความสูง ๒๐๐ เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าช่องแคบสระบูรีและด้านล่างของโคราชบางส่วน ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สุดท้ายประเทศไทยเหลือประชากรประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศอื่นทั่วโลกจะเหลือเพียร ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น
บุคคลที่รอดชีวิตส่วนมากก็สูญเสียสติสัมปชัญญะ ไม่ปลอดภัยเหมือนเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา เพราะไม่เข้าใจบำเพ็ญฌานภาวนา ฉะนั้นอย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนเองให้มากนัก เพราะเมื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ เงินทองจะไม่มีค่าเลย เพราะมนุษย์ยุคนั้นวัดกันที่ ความดี ศีลธรรม บุญกุศลเท่านั้น ปีมะโรง พ.ศ. ๒๕๕๕ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๕๕๖ ปีระกา พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ ปีกุน พ.ศ. ๒๕๖๒ มหันตภัย ๙ อย่างนี้ จะหลุดพ้นได้เฉพาะผู้มีบุญ คนที่ปฎิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น นอกจากหนังสืออินตกที่กล่าวมาแล้วยังมีพระผู้ทรงศีลรูปหนึ่งได้พบเห็นคำสอนที่จาลึกไว้ในแผ่นศิลาที่พึ่งพบในภูเขาแห่งหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าได้เดินธุดงค์วิปัสสนากรรมฐาน ผ่านไป พระผู้ทรงศีลกล่าวว่า พี่น้องทั้งหลายถ้าไม่เชื่อก็สุดแท้แต่ดวงจิต เพราะถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะไม่มีความลับ ถ้าท่านเชื่อก็เป็นกุศล รู้เพียงเท่านี้ข้าพเจ้าจึงบอกเล่าสู่ท่านฟังตามคำกล่าวของพระผู้ทรงศีลรูปนี้ว่า ในแผ่นศิลาได้เขียนไว้โดยพระมหากัสปะว่า ในปีระกา ปีจอ ปีกุน เดือน ๗ - ๘ จะเกิดเหตุร้าย ตามถนนหนทางในเดือน ๙ - ๑๐ คนใจบาปจะถูกล้างผลาญให้หมดไป มีบ้านแต่ไม่มีคนอยู่ มีข้าวแต่ไม่มีคนกิน มีทางแต่ไม่มีคนเดิน
สุดท้ายพระผู้ทรงศีล ได้กล่าวย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสืออินตกเพิ่มเติมว่า ถ้าผู้ใดไม่มีความเคารพบูชา มีประสงค์ที่จะบอกต่อแก่ผู้อื่น หรือพิมพ์แจกจ่ายให้สาธุชนทั้งหลายได้รับรู้แล้ว หากท่านปรารถนาสิ่งใดๆ จะได้สมใจนึก จะปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงตลอดไป หากไม่เชื่ออย่าหลบหลู่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)