ค้นพบ หนังสืออินตก – เทพทำนายโดยย่อ
หนังสือในใบลานสี ได้ถูกตกทอดนัดแห่งหนึ่ง ในประเทศลาวข้าพเจ้าได้รับรู้จากพระอาจารย์ทรงศีลองค์หนึ่งเป็นผู้เผยแผ่ถ่ายทอดให้มาจึงเกิดความศรัทธาอย่างสูง ได้เสียสละทรัพย์จัดพิมพ์ มาแจกจ่ายยังพี่น้องชาวพุทธทั้งหลายเพื่อเป็นกุศล และเพื่อให้ทุกท่านได้ใช้พิจารณญาณด้วยตัวเอง ถึงเหตุการณ์ มหันตภัยโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งจะบังเกิดขึ้นตามพุทธทำนายไว้ดังนี้
โลชังชม โทโพโส อินโตกรุณา
พระอินทร์ พระพรหม และพระยายมราชเจ้า ได้สั่งว่า ถ้าบุคคลใดได้รับรู้แล้วก็จงรีบบอกต่อ ให้คนอื่นฟัง หรือพิมพ์แจกจ่ายตามกำลังศรัทธา จะเกิดเป็นมหากุศล ช่วยให้ท่านได้หลุดพ้นจาก มหันตภัยพิบัติทั้งปวง กุศลจะบังเกิดแก่ตนถ้าบุคคลจะลงมาเกิดพร้อมทั้งหนังสือใบลาน ฉบับนี้ ถ้าใครมีไว้ในบ้านเรือน ภูตผีปีศาจต่างๆ จะไม่สามารถเข้ามากล้ำกลายให้เดือดร้อนได้อย่างแท้
ในปีจอถึงปีกุน เมื่อเดือนหงายจะมีงูอยู่บนศีรษะฉกกัดให้ถึงตาย และผู้คนทั้งหลายจะเกิดความเดือดร้อนมากมายทั้งประการ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนลบศึกบ่แล้ว
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนน้ำกับไฟ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีไผสิเบิงไผ
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนอึดข้าวปลาอาหาร
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนผัวเมียบ่พ้อหน้ากัน
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนคนตายตามทุ่งนา
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่มีผู้เฒ่า
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนเทียวทางไกลบ่สะดวก
ทุกข์ยากฮ้อน ย้อนบ่หลับ
ในปีจอ เมืองกรุงเทพมหานคร จะแตกพังทลายตอนเวลาไก่ขันพระแก้วมรกต หังเชียงเมี้ยงข้าวเม็ดใหญ่จะกลับสู่เวียงจันทร์ นี่คือพระคาถา ของพระอินทร์ พรหม ยมราช ได้เขียนไว้ในใบลานจงเก็บรักษาไว้ให้ดีเพื่อช่วยหลุดพ้น จากภัยพิบัติได้ยามเกิดเหตุการณ์ มหันตภัย พระคาถาเขียนไว้ว่า
ปะโต เมตัง ปะระชีวะนัง สุคะโต จุติ จิตตะ เมตตะ นิพพานัง สุคะโต จุติ
พระคาถาบทนี้เขียนลงใบลาน แผ่นทองหรือแผ่นผ้าก็ดี ประตูบ้านหรือในรถ หรือโพกศีรษะ ยามเกิดเหตุการณ์จะช่วยให้หลุดพ้นจาก ภัยอันตราย
ในกาลเวลานี้ เทพเจ้าเหล่าเทวดาผู้รักษาคุ้มครองโลก ได้กราบทูลต่อพระอินทร์ ว่ามนุษย์โลกทำกุศลเพียง ๓ ส่วน และได้ทำบาปกรรมถึง ๗ ส่วน เมือเป็นเช่นนี้องค์อินทร์จึง สั่งลงโทษมนุษย์ผู้ใจบาปถึง ๙ ข้อ นับตั้งแต่ปีจอถึงปีกุนดังนี้
๑ จะไห้เกิดพายุลมแรง แผ่นดินไหว
๒ จะไห้เกิดอัคคีภัย
๓ จะเกิดอุทกภัย
๔ จะเกิดฟ้าผ่า
๕ จะเกิดร้อนเกินไป หนาวเกินไป
๖ จะเกิดสารพิษต่างๆ
๗ จะเกิดกาฬโรคต่างๆ
๘ จะเกิดข้าวยากหมากแพง
๙ จะเกิดอาฆาตพยาบาทเบียดเบียนกันเอง
มหันตภัย ๙ นี้จะหลุดพ้นไปได้เฉพาะผู้มีบุญ คนที่ปฎิบัติตามคำสั่งสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น รู้แล้วจงบอกต่อกันไปให้ รีบทำความดีมากๆ ถ้าเลยปีจอ ปีกุน ไปแล้วทุกคน พร้อมทั้งลูกหลานจะได้รับความสุขกายสบายใจทุกคน ให้ทุกคนเคร่งครัดในศีล ๕
คำเตือน
โลกมนุษย์กำลังจะเข้าสู่กาลียุค จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ลม ไฟ จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่สามตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง
สำหรับประเทศไทย จะเริ่มเกิดตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ คาดว่าจะได้รับภัยทางน้ำ แล้วทางไฟ โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพมหานครแผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะถล่ม ความสูง ๒๐๐ เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าช่องแคบสระบูรีและด้านล่างของโคราชบางส่วน ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สุดท้ายประเทศไทยเหลือประชากรประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประเทศอื่นทั่วโลกจะเหลือเพียร ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น
บุคคลที่รอดชีวิตส่วนมากก็สูญเสียสติสัมปชัญญะ ไม่ปลอดภัยเหมือนเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา เพราะไม่เข้าใจบำเพ็ญฌานภาวนา ฉะนั้นอย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนเองให้มากนัก เพราะเมื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ เงินทองจะไม่มีค่าเลย เพราะมนุษย์ยุคนั้นวัดกันที่ ความดี ศีลธรรม บุญกุศลเท่านั้น ปีมะโรง พ.ศ. ๒๕๕๕ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๕๕๖ ปีระกา พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๑ ปีกุน พ.ศ. ๒๕๖๒ มหันตภัย ๙ อย่างนี้ จะหลุดพ้นได้เฉพาะผู้มีบุญ คนที่ปฎิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น นอกจากหนังสืออินตกที่กล่าวมาแล้วยังมีพระผู้ทรงศีลรูปหนึ่งได้พบเห็นคำสอนที่จาลึกไว้ในแผ่นศิลาที่พึ่งพบในภูเขาแห่งหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้าได้เดินธุดงค์วิปัสสนากรรมฐาน ผ่านไป พระผู้ทรงศีลกล่าวว่า พี่น้องทั้งหลายถ้าไม่เชื่อก็สุดแท้แต่ดวงจิต เพราะถึงเวลาแล้วที่สวรรค์จะไม่มีความลับ ถ้าท่านเชื่อก็เป็นกุศล รู้เพียงเท่านี้ข้าพเจ้าจึงบอกเล่าสู่ท่านฟังตามคำกล่าวของพระผู้ทรงศีลรูปนี้ว่า ในแผ่นศิลาได้เขียนไว้โดยพระมหากัสปะว่า ในปีระกา ปีจอ ปีกุน เดือน ๗ - ๘ จะเกิดเหตุร้าย ตามถนนหนทางในเดือน ๙ - ๑๐ คนใจบาปจะถูกล้างผลาญให้หมดไป มีบ้านแต่ไม่มีคนอยู่ มีข้าวแต่ไม่มีคนกิน มีทางแต่ไม่มีคนเดิน
สุดท้ายพระผู้ทรงศีล ได้กล่าวย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหนังสืออินตกเพิ่มเติมว่า ถ้าผู้ใดไม่มีความเคารพบูชา มีประสงค์ที่จะบอกต่อแก่ผู้อื่น หรือพิมพ์แจกจ่ายให้สาธุชนทั้งหลายได้รับรู้แล้ว หากท่านปรารถนาสิ่งใดๆ จะได้สมใจนึก จะปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงตลอดไป หากไม่เชื่ออย่าหลบหลู่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น